ตั้งครรภ์ทำฟันได้ไหม? ดูแลช่องปากอย่างไรในแต่ละไตรมาส
คำถามที่คุณแม่ตั้งครรภ์ถามบ่อยที่สุดคือ “ท้องอยู่ทำฟันได้ไหม?” คำตอบคือ ทำได้ และควรทำด้วย — เพราะการตั้งครรภ์ทำให้ความเสี่ยงต่อปัญหาเหงือกและฟันผุสูงขึ้นจริง เพียงแต่ต้องแจ้งทันตแพทย์ให้ทราบ และเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม
ทำไมช่องปากเปลี่ยนไปตอนตั้งครรภ์
- ฮอร์โมน Estrogen และ Progesterone สูงขึ้น — ทำให้เหงือกอ่อนไหวต่อแบคทีเรียมากกว่าปกติ
- เหงือกอักเสบขณะตั้งครรภ์ (Pregnancy Gingivitis) — พบได้ถึง 60–75% ของคุณแม่ตั้งครรภ์ มักมีอาการเหงือกบวมแดงและเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน
- อาการแพ้ท้อง (Morning Sickness) — กรดจากกระเพาะที่ย้อนขึ้นมากัดเคลือบฟันโดยตรง
ดูแลอย่างไรในแต่ละไตรมาส
- ไตรมาส 1 (เดือน 1–3) — แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ทุกครั้ง เข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากได้ตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงการเอกซเรย์หากไม่จำเป็นจริง ๆ
- ไตรมาส 2 (เดือน 4–6) — ช่วงที่ปลอดภัยและสบายที่สุดสำหรับการทำฟัน เหมาะกับการขูดหินปูน อุดฟัน หรือรักษาฟันผุ หากจำเป็นต้องเอกซเรย์ก็ทำได้โดยใส่เสื้อตะกั่ว (Lead Apron) ป้องกัน
- ไตรมาส 3 (เดือน 7–9) — ทำได้เฉพาะกรณีจำเป็น ไม่แนะนำให้ทำหัตถการที่ใช้เวลานาน เพราะการนอนหงายนาน ๆ อาจกดทับหลอดเลือด แนะนำให้นอนตะแคงซ้ายขณะรักษา
เคล็ดลับสำคัญหลังอาเจียน
อย่าเพิ่งแปรงฟันทันทีหลังอาเจียน! เพราะเคลือบฟันกำลังอ่อนตัวจากกรด การแปรงทันทีจะยิ่งขัดเคลือบฟันให้สึก แนะนำให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าผสมเบกกิ้งโซดา แล้วรอประมาณ 30 นาทีจึงแปรงฟัน
ที่ Tooth Haus Dental Clinic เราดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ — แจ้งอายุครรภ์และยาที่รับประทานอยู่ให้ทันตแพทย์ทราบก่อนเริ่มทุกครั้ง หากมีอาการเหงือกบวมหรือเลือดออก อย่าปล่อยไว้ เพราะการขูดหินปูนในช่วงเวลาที่เหมาะสมช่วยลดการอักเสบได้มาก
ตั้งครรภ์อยู่และกังวลเรื่องฟัน?
ปรึกษาทันตแพทย์ก่อนได้ — เราดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นพิเศษ
